Views

“มะเขือเทศ” ไม่เพียงแต่จะมีรสชาติอร่อยเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่ดีต่อการบำรุงด้านความสวยความงามด้วยเช่นกัน ว่ากันว่าไลโคปีน (Lycopene) สารสำคัญในมะเขือเทศที่ทำให้มะเขือเทศเป็นสีแดง มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ (ป้องกันต้นเหตุการเสื่อมสภาพของร่างกาย)ได้มากกว่าวิตามิน E กว่า 100 เท่า
สรรพคุณที่หลายคนเอ่ยอ้างนี้จะเป็นความจริงหรือเปล่า ก็เลยขอนำข้อมูลดีๆเกี่ยวกับมะเขือเทศมาฝากกัน

สุดยอดคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเรื่อง aging care

ไลโคปีนที่มีอยู่ในมะเขือเทศมีคุณสมบัติช่วยเรื่อง anti aging มากกว่าวิตามิน E ที่ว่ากันว่ามีคุณสมบัติช่วยทำให้ดูอ่อนวัยอีกกว่า 100 เท่า นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มคอลลาเจนซึ่งเป็นสารสำคัญในการช่วยรักษาความนุ่มและความชุ่มชื้นของผิว และช่วยป้องกันผิวจากสัญญาณการเสื่อมสภาพตามวัยเช่น ริ้วรอย, จุดด่างดำ และความหย่อนคล้อย

ช่วยรักษารูปร่างและการไดเอ็ต

นอกจากคุณสมบัติด้านการบำรุงผิวพรรณแล้ว ไลโคปีนยังมีคุณสมบัติช่วยเรื่องการเผาผลาญไขมันอีกด้วย ทั้งช่วยให้ผิวสวยและยังช่วยในเรื่องการไดเอ็ตได้เป็นอย่างดี แถมเส้นใยจำนวนมากในมะเขือเทศยังช่วยเรื่องการขับถ่ายได้ดีอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นในมะเขือเทศยังมีโพรแทสเซียม (Potassuim) ที่มีคุณสมบัติช่วยเรื่องการขับปัสสาวะได้เป็นอย่างดี จึงช่วยขับเอาน้ำส่วนเกินและของเสียในร่างกายออกไป ดังนั้นใครที่มีปัญหาเรื่องอาการบวมน้ำเราแนะนำให้ลองมาทานมะเขือเทศกันดูนะคะ

อุดมด้วยวิตามินสำคัญทั้ง 3 ชนิดได้แก่วิตามิน A・C・E

ในมะเขือเทศยังอุดมไปด้วยวิตามิน 3 ชนิดที่ว่ากันว่าช่วยในเรื่องความงามอย่าง วิตามิน A, วิตามิน C, วิตามิน E ซึ่งในมะเขือเทศมีวิตามินทั้ง 3 ชนิดและแร่ธาตุอยู่อย่างสมดุล หากวันไหนเพื่อนๆตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทานอะไรดีแล้วละก็ เพียงแค่ทานมะเขือเทศสักลูก เพียงเท่านี้ร่างกายก็จะได้รับสารอาหารที่มีคุณสมบัติทางด้านความงามอย่างวิตามิน ACE ครบถ้วนแล้ว แถมสาวไทยอย่างเราที่ต้องเจอกับรังสียูวีพลังทำลายล้างสูง บอกไว้เลยว่ามะเขือเทศสามารถช่วยป้องกันการทำร้ายผิวจากรังสียูวีได้ด้วยนะ แถมยังช่วยไม่ให้เกิดฝ้าจุดด่างดำอีกด้วย

จะทานมะเขือเทศให้ได้ผลดี ต้องทานแบบนี้!

ไลโคปินในมะเขือเทศซึ่งเป็นสุดยอดสารอาหารที่ช่วยเรื่องความงามนั้น จะได้รับการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้นหากผ่านการปรุงด้วยความร้อน และจะได้รับการดูดซึมได้ดียิ่งขึ้นไปอีกเมื่อทานร่วมกับผลิตภัณฑ์จากนม และน้ำมันคุณภาพดี โดยจะรวมตัวกับโปรตีนและสร้างคอลลาเจนให้ร่างกาย แนะนำให้ทานคู่กับมอสซาเรลล่าชีส และน้ำมันมะกอก อย่างเช่นเมนู caprese salad

วิธีทำ น้ำมะเขือเทศเข้มข้น?

1.ล้างมะเขือเทศให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นพอประมาณ เพิ่มมะเขือเทศเป็น เพิ่มมะเขือเทศเป็น 2 ผล

2.ผลใส่เครื่องสกัดน้ำผลไม้ ปั่นสกัดจนได้น้ำมะเขือเทศเข้มข้น รีบดื่มได้โดยไม่ต้องแช่เย็น การทิ้งไว้เพียง 10 นาที อาจทำให้วิตามินซีหมดไป

3.ถ้าต้องการเย็น ใส่น้ำเชื่อม เติมน้ำแข็งทุบละเอียด 100 กรัม (ประมาณ 3/4 แก้ว)

4.ถ้าไม่ต้องการน้ำเชื่อม ลองใช้ผลไม้รสหวาน เช่น สับปะรด แครอท สกัดอาน้ำเข้มข้น เติมแต่งรสได้

การดื่มน้ำมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์สูงสุด

?– ดื่มก่อนอาหาร คือตอนท้องว่าง โดยหยดน้ำมันลงในน้ำมะเขือเทศเพื่อช่วยในการดูดซึมของร่างกาย

?– ดื่มหลังอาหาร หลังจากทานอาหารก็สามารถดื่มน้ำมะเขือเทศตามได้ทันที โดยไขมันในอาหารที่กินเข้าไปจะช่วยในการดูดซึมไลโคปีนได้ดีมากขึ้น

**ข้อควรระวัง!!**

เนื่องจากมะเขือเทศมีสารโพแทสเซียมค่อนข้างสูง จึงไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคไตหรือผู้ที่มีภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง

โพแทสเซียม เป็นสารที่ช่วยในการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ จึงทำให้ไตไม่สามารถขับโพแทสเซียมออกได้อย่างที่ควรจะเป็น ส่งผลให้โพแทสเซียมคั่งในเลือด ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อล้า หัวใจเต้นผิดปกติ และอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นได้

เป็นไงบ้างคะสาวๆเห็นสรรพคุณแล้วใช่มั้ย อ่านจบแล้ว รีบๆไปซื้อมาทานมาดื่มกันเลยหาซื้อง่ายราคาไม่แพง เพื่อผิวกระจ่างใส เปร่งปรั่ง ซึ่งทำได้ง่ายๆด้วยตัวเองกันเลยค่า

ขอบคุณรูปภาพและแหล่งที่มาของข้อมูลจาก

หน้าหลัก


https://www.saudevitalidade.com

หน้าแรก

main homepage

สาวๆฟังทางนี้ ~~~? มะเขือเทศ ?~~~ กินแล้วขาว สวย ผิวพรรณดีจริงหรือเปล่า ?

แสดงความเห็น